การทำเล็บเจลช่วยให้มือดูสวยเป๊ะตลอดเวลา แต่จะมีปัญหาก็ตอน “ถอดเล็บ” นี่แหละครับ เพราะตอนถอดเล็บเจลออก หรือ เล็บเจลลอกออกหมดแล้ว หน้าเล็บจะบาง และ ฉีกขาดง่ายเหมือนกับกระดาษเลยล่ะครับ
ทำให้อาจเกิดปัญหาตามมาทีหลังได้ในหลายๆเคสครับ เพราะฉะนั้นการดูแลหน้าเล็บให้ดี เพื่อช่วยลดปัญหาของเล็บ และ การบาดเจ็บ เป็นสิ่งที่ต้องรู้สำหรับคนคิดจะทำเล็บเจลครับ
7 เคล็ดลับดูแลหน้าเล็บให้แข็งแรง ไม่หักง่ายหลังถอดเล็บเจล
1.ห้าม “แคะ แกะ เกา” สีเจลออกเองเด็ดขาด
นี่คือข้อห้ามที่สำคัญที่สุด! การแกะสีเจลที่เริ่มลอกจะดึงเอา Keratin หรือหน้าเล็บธรรมชาติออกไปด้วย ทำให้เล็บเป็นหลุมและบางลงอย่างรวดเร็ว ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญถอดด้วยน้ำยาเฉพาะเท่านั้น
2.เติมความชุ่มชื้นด้วย Cuticle Oil
หลังถอดเล็บ ผิวและหน้าเล็บจะแห้งกร้านจากการโดนน้ำยาอะซิโตน (Acetone) ให้ใช้ Cuticle Oil หรือน้ำมันมะพร้าวทาบริเวณโคนเล็บและหน้าเล็บเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง เพื่อเติมน้ำมันธรรมชาติกลับเข้าสู่เซลล์เล็บ
- พักเล็บอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
อย่าเพิ่งรีบทาสีใหม่ทันทีหลังถอด ควรเว้นระยะให้เล็บได้ “หายใจ” และฟื้นฟูตัวเองบ้าง การทาสีทับไปเรื่อยๆ จะทำให้หน้าเล็บขาดอากาศและความชื้น จนเกิดปัญหาเล็บเหลืองหรือเชื้อราได้ง่าย
4.ตัดเล็บให้สั้นในช่วงพักฟื้น
ในขณะที่เล็บยังบาง การไว้เล็บยาวจะเพิ่มแรงงัด ทำให้เล็บฉีกเข้าเนื้อได้ง่าย ควรตัดเล็บให้สั้นและตะไบให้มีรูปทรงมน เพื่อลดโอกาสที่ขอบเล็บจะไปเกี่ยวสิ่งของจนหัก
5.ใช้เซรั่มหรือน้ำยาบำรุงเล็บ
มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Biotin, Calcium หรือ Keratin ทาเคลือบหน้าเล็บไว้ น้ำยาเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือน “เกราะป้องกัน” ชั่วคราว ช่วยให้เล็บไม่หักพับง่ายในระหว่างวัน
6.สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสสารเคมี
น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างห้องน้ำ คือศัตรูตัวร้ายของเล็บที่กำลังอ่อนแอ สารเคมีเหล่านี้จะชะล้างความมันธรรมชาติออกไปจนหมด ทำให้เล็บกรอบหักง่ายกว่าเดิม
7.บำรุงจากภายในด้วยอาหารที่มีไบโอติน
การทาครีมอาจช่วยภายนอก แต่การสร้างเล็บใหม่ที่แข็งแรงต้องเริ่มจากสารอาหาร ควรทานอาหารที่มี Biotin และ Zinc สูง เช่น ไข่ต้ม อัลมอนด์ ผักโขม และปลาแซลมอน เพื่อเร่งการสร้างเซลล์เล็บใหม่ที่หนากว่าเดิม
Pro Tip: วิธีทดสอบความแข็งแรง
ลองใช้นิ้วโป้งกดเบาๆ ที่ปลายเล็บอีกนิ้ว หากเล็บ “อ่อนยวบ” ตามแรงกด แสดงว่าเล็บยังไม่พร้อมสำหรับการทำเจลครั้งต่อไป ควรรอจนกว่าเล็บจะแข็งแรงและไม่ยืดหยุ่นจนเกินไปครับ
แต่ถ้าหากเล็บแข็งแรงแล้วไม่มีการอ่อนยวบก็เท่ากับว่าสามารถทำเล็บครั้งต่อไปได้แล้วครับ ควรจะรอให้เล็บแข็งแรงก่อนจะได้ไม่ต้องเสี่ยงเหมือนเล่นหวยไวว่าจะปลอดภัย หรือ บาดเจ็บครับ
No responses yet